วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต

 มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต

แสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางไกลฉันใด
ความเป็นพหูสูต
ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการบุกเบิก
สร้างความเจริญให้แกชีวิตฉันนั้น.
********************
พหูสูต ผู้ที่มีความรอบรู้ ฉลาดรู้ เลือกในสิ่งควรรู้ เล่าเรียนมามาก อ่านมาก เป็นต้นทางแห่งปัญญา ทำให้มีความรู้ในการดำเนินชีวิต เป็นกุญแจนำไปสู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และทุกสิ่งที่ปรารถนา
********************
ความแตกต่างระหว่างบัณฑิตกับพหูสูตร
บัณฑิต คือ ผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจมีความประพฤติดีงาม
พหูสูต คือ ผู้มีความรู้มาก แต่คุณธรรมความประพฤติ ยังไม่แน่ใจว่าจะดี
********************
ลักษณะความรู้ที่สมบูรณ์ของพหูสูต
1.รู้ลึก รู้เรื่องราวสาวไปถึงในอดีตได้ลึกซึ้งถึงความเป็นมา
2.รู้รอบ ช่างสังเกต รู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศ ดินฟัาอากาศ ผู้คนในชุมชน
3.รู้กว้าง สิ่งรอบตัวแต่ละอย่างที่รู้ รู้อย่างละเอียด รู้ถึงความเกี่ยวพันธ์ของสิ่งนั้น ๆ
4.รู้ไกล มองการณ์ไกล รู้ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต
********************
คุณสมบัติของพหูสูตหรือนักศึกษาที่ดี
1.พหุสสุตา อ่านมาก ฟังมาก มีนิสัยชองฟัง ชอบอ่าน ชอบค้นคว้า ยึดหลัก
"เรียนจากครู ดูจากตำรา สดับปาฐะ
2.ธตา จำได้แม่นยำ มีความจำดี รู้จักจับสาระสำคัญ จับหลักได้
3.วจสา ปริจิตา ท่องได้คล่องปาก ฝึกท่องให้คล่องปากท่งให้จำขึ้นใจ
4.มนสานุเปกขิตา ขึ้นใจใส่ใจนึกคิดตรึกตรอง
5.ทิฎฐิยา สุปฎิวิทธา แทงตลอดด้วยปัญญา เข้าใจแจ่มแจ้ง
********************
ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้ดี
1.คนราคจริต
2.คนโทสจริต
3.คนโมหจริต
4.คนขี้ขลาด
5.คนหนักในอามิส
6.คนจับจด
7.นักเลงสุรา
8.คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก สนุกเฮฮาจนเกินเหตุ ขาดความรับผิดชอบ
********************
วิธีฝึกตนให้เป็นพหูสูต
1.ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควร
2.ตั้งใจเรียนวิชาที่ตนเลือกแล้วอย่างเจ็มความสามารถ
3.มีความกระตืดรือร้นที่จะศึกษาค้นคว้า
4.ต้องหาความรู้ทางธรรมควบคุมไปกับความรู้ทางโลก
5.เมื่อเรียนแล้วก็จำไว้เป็นอย่างดี พร้อมนำไปปฎิบัติ
********************
ข้อเตือนใจ
มีความรู้ทางโลกอย่างเดียว ฉลาดอย่างไรก็มีโอกาสพลาดพลั้งได้
ความรู้ที่เกิดแก่คนพลาด ย่อในำความฉิบหายมาให้เพราะเขาจะนำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด
********************
อานิสงฆ์การเป็นพหูสูต
1.ทำให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้
2.ทำให้ได้ความเป็นผู้นำ
3.ทำให้แกล้วกล้าองอาจ
4.ทำให้บริบูรณ์ด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ สูข
5.ทำให้ได้รับความชมเชย ยกย่องเกรงใจ
6.เป็นชาติปัญญา ติดตัวข้ามภพข้ามชาติ
7.เป็นพื้นฐานของศิลปะ
8.ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย

มงคลที่8 มีศิลปะ

 มงคลที่8 มีศิลปะ(สิปฺปญฺจ)

เราปลูกมะม่วง จะอิ่มจะรวยอยู่ที่ผลของมัน
ช่วงแรกที่ปลูก มีลำต้นกิ่งใบ
เป็นเพียงระยะเตรียมตัวเพื่อที่จะได้ผล
เช่นเดียวกัน ความรู้ทุกอย่างหรือความเป็นพหูสูตที่เรามีอยู่
เป็นเพียงการเตรียมตัวเท่านั้น
จะช่วยเราได้จริงต่อเมื่อเรามีศิลปะ
สามารถนำความรู้ที่มีออกมาใช้ได้อย่างดีเท่านั้น
*********************************
ศิลปะ แปลว่า การแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงามน่าพึงชม ฉลาดทำ
พหูสูต เป็นผู้ฉลาดรู้ในหลักวิชา รู้อะไร ทำอย่างไร
ศิลปะ เป็นความสามารถในทางปฎิบัติ นำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดผล
*********************************
ประเภทของศิลปะ
ทางกาย คือการฉลาดทำการช่างต่าง ๆ เช่นช่างทอ ช่างวาดฯลฯ
ทางวาจา คือฉลาดในการพูด มีวาทศิลป์ รู้จักเลือกพูดแต่สิ่งที่ดี
ทางใจคือ ฉลาดในการคิด มีสติสัมปชัญญะ คิดในทางที่ดีสร้างสรรค์
*********************************
องค์ประกอบศิลปะ
สิ่งที่ทำแล้วจัดว่าเป็นศิลปะต้องประกอบด้วยองค์ 6ดังนี้
1.ทำด้วยความประณีต
2.ทำให้สิ่งต่าง ๆมีคุณค่าสูงขึ้น
3.ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
4.ทำแล้วไม่ทำให้กามกำเริบ
5.ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดพยาบาทกำเริบ
6.ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดเบียดเบียนกำเริบ
*********************************
คุณสมบัติของผู้สามารถมีศิลปะ
1.ต้องมีศรัทธา เชื่อในสิ่งที่ทำ
2.ต้องไม่เป็นคนขี้โรค รักษาสุขภาพ
3.ต้องไม่เป็นคนขี้โม้ขี้คุย คนโม้อวดไม่มีใครอยากสอน
4.ต้องไม่เป็นคนขี้เกียจ ต้องมีมานะอดทน
5.ต้องเป็นคนมีสติปัญญา รู้จักสังเกตพิจารณา
*********************************
วิธีฝึกตนให้มีศิลปะ
1.ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต
2.ตั้งใจทำงานทุกอย่างที่มาถึงตน
3.ตั้งใจทำงานทุกอย่างด้วยความประณีต
4.ตั้งใจปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอ
5.หมั่นใกล้ชิดกับผู้มีศิลปะ
6.ฝึกสมาธิอยู่เสมอเพื่อให้ใจสงบผ่องใส
*********************************
ข้อเตือนใจ
อย่าเอาแต่จับผิดผู้อื่น
ไม่อย่างนั้นตัวเราจะเป็นศิลปินนักติ
*********************************
อานิสงฆ์การมีศิลปะ
1.มีความสามารถเด่นกว่าผู้อื่น
2.เลี้ยงตัวเองได้
3.ฉลาดช่างสังเกต
4.มั่งคั่งสมบูรณ์
5.มีความสุข
6.โลกเจริญืั้งด้านวัตถุและจิตใจ
ดูข้อมูลเชิงลึกและโฆษณา
ความรู้สึกทั้งหมด
คุณ, Mercy Kankong, Nongrat Chantee และ คนอื่นๆ อีก 22 คน

มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ

 มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ(อตฺตสมุมาปณิธิ จ)

*********************
เรือที่ฝ่าคลื่นอยู่กลางมหาสมุทรจะแล่นถึงฝั่งได้
นายเรือจะต้องตั้งจุดปลายทางไว้ถูกต้อง
และรู้จักควบคุมหางเสือให้เรือวิ่งไปไม่ผิดทิศทางฉันใด
คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้
ก็จะต้องตั้งตนชอบฉันนั้น
********************
ตั้งตนชอบ หมายถึงการตั้งเป้าหมายชีวิต
ทั้งทางโลกและทางธรรมไว้ถูกต้องประคองชีวิตไปตามเป้าหมายด้วยความระมัดระวังพากเพียรพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ถูกต้องนั้นให้ไดั
*********************
เป้าหมายชีวิต แบ่ง 3 ระดับ
1.เป้าหมายขั้นต้น ตั้งเป้าหมายเพื่อประโยชน์ในชาตินี้ ด้วยการประกอบอาชีพสุจริต
2.เป้าหมายขั้นกลาง ตั้งเป้าหมายเพื่อประโยชน์ชาติหน้า ตั้งใจสร้างกุศล อย่างเต็มที่ในทุกโอกาส
3.เป้าหมายขั้นสูงสุด ตั้งเป้าหมายเพื่อประโยชน์อย่างยิ่ง ตั้งใจปฎิบัติธรรมทุกรูปแบบเพื่อปราบกิเลสให้หมดสิ้น
*********************
ข้อเตือนใจ
บางคนเริ่มแรกตั้งเป้าหมายดีอยู่ แต่พอถูกคนอื่นเย้าแหย่ ล้อเลียน เจอสิ่งยั่วยุเรื่อย ๆ อาจเลิกปฎิบัติธรรม ปล่อยชีวิตไปตามกิเลส
*********************
วิธีรักษาเป้าหมายชีวิตให้มั่นคง
1.ฝึกให้เป็นคนมีศรัทธา มีเหตุผล เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ
1.1 เชื่ออย่างมีเหตุผล ประกอบด้วยปัญญา เรียก ศรัทธา
1.2 เชื่ออย่างไร้เหตุผล ปราศจากปัญญา เรียก งมงาย
ศรัทธาขั้นพื้นฐาน 4 ประการ
- เชื่อกรรม กรรมมีอยู่จริง ความชั่วความดีมีขึ้นในตน
- เชื่อในผลของกรรม เชื่อทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ต้องมี 3 ประการ
ถูกดี ทำถูกวัตถุประสงค์
ถึงดี พยายามเต็มความสามารถ
พอดี มีสติดี
- เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน
- เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง
2. ฝึกให้เป็นคนมีศีล อย่างน้อยศีล 5
3.ฝึกให้เป็นคนมีความรู้ เป็นพหูสูต รู้ทางโลกและทางธรรม
4.ฝึกให้เป็นคนมีจาคะ รู้จักเสียสละ
4.1 สละทรัพย์ของเป็นทาน
4.2 สละอารมณ์บูดเป็นทาน
5.ฝึกสมาธิเพื่อให้ใจผ่องใสเกิดปัญญา
ฝึกใจให้มีพลัง มีความหนักแน่นเข้มแข็งในการรักษาเป้าหมายชีวิต
การฝึก 5 ประการ เรียก สารธรรม ถ้ามีธรรมทั้ง 5 เป็นคนที่มีแก่นคนอย่างแท้จริง
*********************
อานิสงส์การตั้งตนชอบ
1.เป็นผู้สามารถตั้งตนได้
2.เป็นผู้ไม่ประมาท
3.เป็นผู้เตรียมพร้อม ไว้ดีแล้วก่อนตาย
4.เป็นผู้มีควสมสวัสดีฝนทุกที่ทุกสถาน
5.เป็นผู้บูชาพระรัตนตรัย
6.เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ
7.เป็นตัวอย่างที่แีแก่อนุชนรุ่นหลัง
8.เป็นผู้ป้องกันภัยในอบายภูมิ
9.เป็นผู้มีแก่นคน ตักตวงประโยชน์จากชีวิตได้เต็มที่
10.เป็นผู้ได้รับสมบัติทั้ง 3 โดยง่าย คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ
*********************
มารดาบิดา ก็คือญาติเหล่าอื่น พึงทำเหตุนั้นให้ไม่ได้ แต่จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้นได้