กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนออกเป็น 5 ระยะดังนี้ คือ
ระยะที่ 1 เริ่มต้นวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 2 /2553 ทุกสถานศึกษาจะต้องมีผลการดำเนินงานครบ 6 ตัวชี้วัดคือ
1. มีข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล ครบถ้วน พร้อมใช้
2. มีแผนพัฒนาผู้เรียนตามจุดเน้นที่ชัดเจน ปฏิบัติได้
3. มีฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนเพียงพอ
4. มีตารางเรียนที่ยืดหยุ่นตามจุดเน้น
5. มีกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน สัดส่วนเวลาเรียน 70:30
6. มีเครื่องมือวัดและประเมินผลที่หลากหลาย ครอบคลุมตามจุดเน้น
ระยะที่ 2 บ่มเพาะประสบการณ์ ภาคเรียนที่ 1/2554 ทุกสถานศึกษาจะต้องมี ผลการดำเนินงานครบ6 ตัวชี้วัดคือ
1. ผู้เรียนได้สำรวจ สืบค้น ทำโครงงาน โครงการ จากแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
2. ครูใช้ แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างคุ้มค่า
3. บรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
4. ชุมชนเข้าใจ ร่วมมือ สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้
5. ครูพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้/สื่อ อย่างมีประสิทธิภาพ
6. มีการนำผลการพัฒนาผู้เรียน ตามจุดเน้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ระยะที่ 3 สานต่อองค์ความรู้ ภาคเรียนที่ 2/2554 ทุกสถานศึกษาจะต้องมีผลการดำเนินงานครบ4 ตัวชี้วัดคือ
1. มีการนำผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาใช้ในการปรับปรุงกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน
2. มีผลการวิจัยและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
3. มีรายงานผลความก้าวหน้าในการพัฒนาผู้เรียน
4. มีการสร้างเครือข่าย / แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ระยะที่ 4 นำสู่วิถีคุณภาพ ภาคเรียนที่ 1/2555 ทุกสถานศึกษาจะต้องมีผลการดำเนินงานครบ4 ตัวชี้วัดคือ
1. มีนวัตกรรมการบริหารเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามจุดเน้น
2. มีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ตามจุดเน้น
3. มีเครื่องมือวัด /ประเมินผลการพัฒนาผู้เรียนที่มีคุณภาพ
4. มีการเผยแพร่การวิจัยและผลการพัฒนาผู้เรียน
ระยะที่ 5 มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ ภาคเรียนที่ 2 /2555 ทุกสถานศึกษาจะต้องมีผลการดำเนินงานครบ 6 ตัวชี้วัดคือ
1. ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข มีทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะตามจุดเน้น
2. มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่
3. ครูเป็นครูมืออาชีพ
4. โรงเรียนมีการจัดการความรู้
5. มีเครือข่ายร่วมพัฒนาที่เข้มแข็ง
6. สาธารณชนยอมรับ และมีความพึงพอใจ
จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีดังนี้
1. ชั้น ป.1-3 คุณลักษณะที่ต้องการเน้นคือการใฝ่ดี ผู้เรียนจะต้องอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
2. ชั้น ป.4-6 คุณลักษณะที่ต้องการเน้นคือ ใฝ่เรียนรู้ ผู้เรียนจะต้องอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
3. ชั้น ม.1-3 คุณลักษณะที่ต้องการเน้นคืออยู่อย่างพอเพียง ผู้เรียนจะต้องสามารถใช้ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
4. ชั้น ม.4-6 คุณลักษณะที่ต้องการเน้นคือ มีความมุ่งมั่น ผู้เรียนจะต้องสามารถใช้ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
การกำหนดระยะเวลาในการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่ชัดเจนอย่างนี้ทุกระยะ 6 เดือน ภาระงานของครูจะต้องเข้มข้นขึ้น ผู้ที่ยังยึดระบบเช้าชามเย็นชามคงจะต้องปรับระบบการทำงาน ปรับกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ให้ จงได้ภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555
แหล่งอ้างอิง http://www.moe.go.th/websm/2010/oct/364.html
ย่อสรุป
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนออกเป็น 5 ระยะดังนี้ คือ
ระยะที่ 1 เริ่มต้นวิเคราะห์ ภาคเรียนที่ 2 /2553
รายบุคคล/แผน/ข้อมูลแหล่ง/ตารางเรียน/กิจกรรม/เครื่องมือวัด
ระยะที่ 2 บ่มเพาะประสบการณ์ ภาคเรียนที่ 1/2554
สำรวจสืบค้น/ใช้แหล่งเรียนรู้/ชุมชนเข้าใจ/ครูพัฒนา/แลกเปลี่ยน
ระยะที่ 3 สานต่อองค์ความรู้ ภาคเรียนที่ 2/2554
แลกเปลี่ยน/วิจัย/รายงาน/เครือข่าย
ระยะที่ 4 นำสู่วิถีคุณภาพ ภาคเรียนที่ 1/2555
นวัตบริหาร/นวัตเรียนรู้/วัดประเมิน/เผยแพร่วิจัย
ระยะที่ 5 มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ ภาคเรียนที่ 2 /2555
นร.สุข/เรียนรู้ใหม่/ครูอาชีพ/โรงเรียนจัดการ/เครือข่ายพัฒนา/ยอมรับ
66446
จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีดังนี้
1. ชั้น ป.1-3 ใฝ่ดี อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น สร้างสรรค์
2. ชั้น ป.4-6 ใฝ่เรียนรู้อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง
3. ชั้น ม.1-3 อยู่อย่างพอเพียง
4. ชั้น ม.4-6 มีความมุ่งมั่น
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สอบผู้บริหาร 2555
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูก กับรายได้ในอนาคต (กรอ.)
- เงินกู้ กรอ.ซึ่งจะมาแทนเงิน กู้ กยศ. และเริ่มปล่อยกู้ตั้งแต่ 2555 นั้น จะไม่มีการจำกัดสาขาวิชาปล่อยกู้ ไม่เหมือนกับเงินกู้ กยศ. ที่ปล่อยกู้เฉพาะสาขาขาดแคลน
- สำหรับการปล่อยกู้ กรอ.จะปล่อยกู้เฉพาะระดับอุดมศึก
- รายการเงินกู้ กรอ. ตอบ ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐ บาทต่อปี ก็จะให้ค่าครองชีพ)
กรอ.เป็นการให้ทุนการศึกษา ชำระคืนภายหลังมีงานทำและมีรายได้ (ตอบ) 16,000 บาท
************************************************
5 ฟรี เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่อนุบาลจนจบ ม.๖
(ฟรี ค่าเล่าเรียน ฟรี ค่าเครื่องแบบ ฟรี ค่าอุปกรณ์การเรียน ฟรี ค่าหนังสือเรียน ฟรี ค่ากิจกรรม)
************************************************
การออกจากราชการ (มาตรา 197)
1. ตาย
2. พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ
3. ลาออกและได้รับอนุญาตให้ลาออก
4. ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
5. ถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือ ไล่ออก
6. ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
*************************************************
Fix-it Center ศูนย์ซ่อมสร้างประจำชุมชน เพื่อฝึกฝนทักษะอาชีพให้นักเรียนอาชีวศึกษาและให้บริการประชาชน
*************************************************
มาสคอต ก๊ฬาโอลิมปิก และ พาราลิมปิก 2012 (ตอบ) เวนล็อค และ แมนเดวิลล์
************************************************
สัดส่วนการบรรจุครูทุกประเภทในอนาคต
(ตอบ) ครูมืออาชีพและทุนอื่นๆ 35 % ครูอัตราจ้างที่รอบรรจุ 25 % และครูทั่วไป 40 %
***************************************************
กยศ. ใช้กับการศึกษาระดับใด กี่รายการ (ตอบ) ม.4-5-6 และ ปวช. ใช้กับ ค่าเล่าเรียนและค่าเครื่องอุปกรณ์การเรียน
***************************************************
สายด่วนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (ตอบ) 1111 กด 6
***************************************
ชื่อโครงการที่ ครม.อนุมัติ ให้ ศพส.จัดเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี 80 พรรษาปี 255
(ตอบ) "โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี"
*****************************************
คุณสมบัติ 1 อำเภอ 1 ทุน (ตอบ) สัญชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปี จบ ม.6/เทียบเท่า เกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้น มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร์ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
******************************************
1. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ฉบับละ 500 บาท
2. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ฉบับละ 500 บาท
3. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ฉบับละ 500 บาท
4. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมอื่น ฉบับละ 500 บาท
5. ค่าต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ครั้งละ 200 บาท
6. ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพ ฉบับละ 300 บาท
7. ค่าหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญ ฉบับละ 400 บาท
8. ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 200 บาท
ย่อ ขึ้น 5 ต่อ 2 รอง 3 บัตร 4 แทน 2
***************************************
อาเซียน มี 10ประเทศได้แก่
ไทย ลาว พม่า เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน กัมพูชา
รวงข้าวมัดรวมกัน หมายถึง 10ประเทศรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ติมอร์ กำลังจะเข้าร่วม)
สีของตราสัญลักษณ์
น้ำเงิน หมายถึง ความสามัคคี
แดง " ความกล้าหาญ
ขาว " ความบริสุทธิ์
เหลือง " ความเจริญรุ่งเรือง
****************************************
การคำนวณเกณฑ์อัตรากำลังครู ในโรงเรียน
20 คนลงมา = ครู 1 แล้วก็นับเพิ่มทีละ 20 ไปเรื่อยๆจนถึง 120 เพราะรร.ขนาดเล็ก นร.ไม่เกิน 120 คนค่ะ
20 = 1 / 40 = 2 / 60 = 3 / 80 = 4 / 100 = 5 / 120 = 6
การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์
ครู 1 ต่อนักเรียน = ก่อน 25 / ถม 25 / ยม 20
แถมการคิดจำนวนห้องเรียนให้ด้วย
1 ห้อง ต่อนักเรียน = ก่อน 30 / ถม 40 / ยม 40
**เศษ 10 เพิ่มเป็น 1 ห้อง
**************************************
ขนาดโรงเรียน
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1 - 499 คน (ขนาดเล็ก)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 500 - 1499 คน (ขนาดกลาง)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1500 - 2499 คน (ขนาดใหญ่)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 2,500คน (ขนาดใหญ่พิเศษ)
****************************************
เงินเดือน ต่ำสุด สูงสุด
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูผู้ช่วย 9140 สูงสุด 17690 มี 14 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.1 12530 สูงสุด 31190 มี 21 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.2 16190 สูงสุด 37830 มี 20 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.3 19,860 สูงสุด 53,080 มี 24 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.4 24,400 สูงสุด 62,760 มี 23 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.5 29,980 สูงสุด 69,810 มี 19 ขั้น
- เงินกู้ กรอ.ซึ่งจะมาแทนเงิน กู้ กยศ. และเริ่มปล่อยกู้ตั้งแต่ 2555 นั้น จะไม่มีการจำกัดสาขาวิชาปล่อยกู้ ไม่เหมือนกับเงินกู้ กยศ. ที่ปล่อยกู้เฉพาะสาขาขาดแคลน
- สำหรับการปล่อยกู้ กรอ.จะปล่อยกู้เฉพาะระดับอุดมศึก
- รายการเงินกู้ กรอ. ตอบ ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐ บาทต่อปี ก็จะให้ค่าครองชีพ)
กรอ.เป็นการให้ทุนการศึกษา ชำระคืนภายหลังมีงานทำและมีรายได้ (ตอบ) 16,000 บาท
************************************************
5 ฟรี เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่อนุบาลจนจบ ม.๖
(ฟรี ค่าเล่าเรียน ฟรี ค่าเครื่องแบบ ฟรี ค่าอุปกรณ์การเรียน ฟรี ค่าหนังสือเรียน ฟรี ค่ากิจกรรม)
************************************************
การออกจากราชการ (มาตรา 197)
1. ตาย
2. พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ
3. ลาออกและได้รับอนุญาตให้ลาออก
4. ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
5. ถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือ ไล่ออก
6. ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
*************************************************
Fix-it Center ศูนย์ซ่อมสร้างประจำชุมชน เพื่อฝึกฝนทักษะอาชีพให้นักเรียนอาชีวศึกษาและให้บริการประชาชน
*************************************************
มาสคอต ก๊ฬาโอลิมปิก และ พาราลิมปิก 2012 (ตอบ) เวนล็อค และ แมนเดวิลล์
************************************************
สัดส่วนการบรรจุครูทุกประเภทในอนาคต
(ตอบ) ครูมืออาชีพและทุนอื่นๆ 35 % ครูอัตราจ้างที่รอบรรจุ 25 % และครูทั่วไป 40 %
***************************************************
กยศ. ใช้กับการศึกษาระดับใด กี่รายการ (ตอบ) ม.4-5-6 และ ปวช. ใช้กับ ค่าเล่าเรียนและค่าเครื่องอุปกรณ์การเรียน
***************************************************
สายด่วนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (ตอบ) 1111 กด 6
***************************************
ชื่อโครงการที่ ครม.อนุมัติ ให้ ศพส.จัดเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี 80 พรรษาปี 255
(ตอบ) "โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี"
*****************************************
คุณสมบัติ 1 อำเภอ 1 ทุน (ตอบ) สัญชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปี จบ ม.6/เทียบเท่า เกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้น มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร์ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
******************************************
1. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ฉบับละ 500 บาท
2. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ฉบับละ 500 บาท
3. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ฉบับละ 500 บาท
4. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมอื่น ฉบับละ 500 บาท
5. ค่าต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ครั้งละ 200 บาท
6. ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพ ฉบับละ 300 บาท
7. ค่าหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญ ฉบับละ 400 บาท
8. ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 200 บาท
ย่อ ขึ้น 5 ต่อ 2 รอง 3 บัตร 4 แทน 2
***************************************
อาเซียน มี 10ประเทศได้แก่
ไทย ลาว พม่า เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน กัมพูชา
รวงข้าวมัดรวมกัน หมายถึง 10ประเทศรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ติมอร์ กำลังจะเข้าร่วม)
สีของตราสัญลักษณ์
น้ำเงิน หมายถึง ความสามัคคี
แดง " ความกล้าหาญ
ขาว " ความบริสุทธิ์
เหลือง " ความเจริญรุ่งเรือง
****************************************
การคำนวณเกณฑ์อัตรากำลังครู ในโรงเรียน
20 คนลงมา = ครู 1 แล้วก็นับเพิ่มทีละ 20 ไปเรื่อยๆจนถึง 120 เพราะรร.ขนาดเล็ก นร.ไม่เกิน 120 คนค่ะ
20 = 1 / 40 = 2 / 60 = 3 / 80 = 4 / 100 = 5 / 120 = 6
การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์
ครู 1 ต่อนักเรียน = ก่อน 25 / ถม 25 / ยม 20
แถมการคิดจำนวนห้องเรียนให้ด้วย
1 ห้อง ต่อนักเรียน = ก่อน 30 / ถม 40 / ยม 40
**เศษ 10 เพิ่มเป็น 1 ห้อง
**************************************
ขนาดโรงเรียน
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1 - 499 คน (ขนาดเล็ก)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 500 - 1499 คน (ขนาดกลาง)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1500 - 2499 คน (ขนาดใหญ่)
โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 2,500คน (ขนาดใหญ่พิเศษ)
****************************************
เงินเดือน ต่ำสุด สูงสุด
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูผู้ช่วย 9140 สูงสุด 17690 มี 14 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.1 12530 สูงสุด 31190 มี 21 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.2 16190 สูงสุด 37830 มี 20 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.3 19,860 สูงสุด 53,080 มี 24 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.4 24,400 สูงสุด 62,760 มี 23 ขั้น
เงินเดือนขั้นต่ำ ครูคศ.5 29,980 สูงสุด 69,810 มี 19 ขั้น
โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA
โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA
(Programme for International Student Assessment)
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อต้องการหาตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาให้แก่ประเทศสมาชิกและประเทศร่วมโครงการ PISA
2. ประเมินถึงศักยภาพในการใช้ความรู้ของนักเรียนวัยจบการศึกษาภาคบังคับ
ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ PISA ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งในกลุ่มอาเซียนมีประเทศที่เข้าร่วม 3 ประเทศคือ ไทย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ตรวจสอบว่าเยาวชนที่จบการศึกษาภาคบังคับ หรืออายุ 15 ปี ของประเทศต่างๆ มีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐาน
ที่จะเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการ เปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพื่อความร่วมมือและ
พัฒนาทางเศรษฐกิจ(Organisation for Economic Co-operation and Development หรือOECD)
มีประเทศในโครงการทั้งหมด 65 ประเทศ
การประเมินผลนักเรียนในโครงการนี้ จะดำเนินการทุกๆ 3 ปี โดยประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ PISA มาแล้ว 4 ครั้ง
PISA ประเมินสมรรถนะที่เรียกว่า Literacy ซึ่งในที่นี้จะใช้คำว่า “การรู้เรื่อง” และ PISA เลือกประเมินการรู้เรื่องในสามด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) PISA ได้แบ่งการประเมินออกเป็น 2 รอบ กล่าวคือ รอบที่ 1 (Phase I: PISA 2000 PISA 2003 และ PISA 2006) และรอบที่ 2 (Phase II: PISA 2009 PISA 2012 และ PISA 2015) ในการประเมินผลนักเรียนจะวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ กล่าวคือ
1) การประเมินผลระยะที่ 1 (PISA 2000 และ PISA 2009) เน้นด้านการอ่าน (มีน้ำหนักข้อสอบด้านการอ่าน 60% และที่เหลือเป็นด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
2) การประเมินผลระยะที่ 2 (PISA 2003 และ PISA 2012) เน้นด้านคณิตศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านคณิตศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
3) การประเมินผลระยะที่ 3 (PISA 2006 และ PISA 2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านวิทยาศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ 20%)
ที่มา
http://sites.google.com/site/acadedmsu/khxsxb-pisa
http://pisathailand.ipst.ac.th/
(Programme for International Student Assessment)
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อต้องการหาตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาให้แก่ประเทศสมาชิกและประเทศร่วมโครงการ PISA
2. ประเมินถึงศักยภาพในการใช้ความรู้ของนักเรียนวัยจบการศึกษาภาคบังคับ
ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ PISA ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งในกลุ่มอาเซียนมีประเทศที่เข้าร่วม 3 ประเทศคือ ไทย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ตรวจสอบว่าเยาวชนที่จบการศึกษาภาคบังคับ หรืออายุ 15 ปี ของประเทศต่างๆ มีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐาน
ที่จะเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการ เปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพื่อความร่วมมือและ
พัฒนาทางเศรษฐกิจ(Organisation for Economic Co-operation and Development หรือOECD)
มีประเทศในโครงการทั้งหมด 65 ประเทศ
การประเมินผลนักเรียนในโครงการนี้ จะดำเนินการทุกๆ 3 ปี โดยประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ PISA มาแล้ว 4 ครั้ง
PISA ประเมินสมรรถนะที่เรียกว่า Literacy ซึ่งในที่นี้จะใช้คำว่า “การรู้เรื่อง” และ PISA เลือกประเมินการรู้เรื่องในสามด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) PISA ได้แบ่งการประเมินออกเป็น 2 รอบ กล่าวคือ รอบที่ 1 (Phase I: PISA 2000 PISA 2003 และ PISA 2006) และรอบที่ 2 (Phase II: PISA 2009 PISA 2012 และ PISA 2015) ในการประเมินผลนักเรียนจะวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ กล่าวคือ
1) การประเมินผลระยะที่ 1 (PISA 2000 และ PISA 2009) เน้นด้านการอ่าน (มีน้ำหนักข้อสอบด้านการอ่าน 60% และที่เหลือเป็นด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
2) การประเมินผลระยะที่ 2 (PISA 2003 และ PISA 2012) เน้นด้านคณิตศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านคณิตศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
3) การประเมินผลระยะที่ 3 (PISA 2006 และ PISA 2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านวิทยาศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ 20%)
ที่มา
http://sites.google.com/site/acadedmsu/khxsxb-pisa
http://pisathailand.ipst.ac.th/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)